ปลูกพืชบนหลังคา ลดโลกร้อน

posted on 14 Sep 2016 16:23 by hardwareblog directory Travel, Diary, Idea

การปลูกผักบนหลังคา เป็นรูปแบการปลูกสำหรับคนเมืองที่มีพื้นที่น้อย จึงใช้หลังคาที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ นอกจากกันแดดกันฝนมาทำแปลงปลูกผักซึ่งนอกจากได้ผักไว้รับประทาน ไว้ขายแล้ว ยังเป็นการช่วยลดอุณหภูมิของหลังคาบ้านเรือนลง ช่วยให้ประหยัดพลังงานเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยลดโลกร้อนอีกทางหนึ่งด้วย
สำหรับหลังคาที่ใช้ปลูกผักต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรง เพียงพอที่จะรองรับน้ำหนักแปลงปลูกผักได้ ซึ่งในที่นี้จะยกตัวอย่างหลังคาที่มีชายคาบ้านที่มีโครงเหล็กมุงด้วยสมาร์ทบอร์ดรับน้ำหนักได้ 200 กิโลกรัมต่อตารางเมตร โดยใช้พื้นที่ประมาณ 3X12 เมตร มีขั้นตอนการทำคือ ใช้ผ้ายางปูให้เต็มพื้นที่หลังคาที่จะทำการปลูกผัก ควรใช้ผ้ายางผืนใหญ่เต็มผืนพับชายผ้ายางลงมาที่ชายคาของหลังคา ติดตะแกรงเหล็กสูง 30-40 เซนติเมตร ที่ขอบชายคาของหลังคาทุกด้านโดยติดทับไปบนผ้ายาง และให้สกรูยึดติดกับชายคาให้แน่นถ้าจำเป็นต้องขึ้นไปบนหลังคา เพื่อดูแลแปลงผักให้ใช้ไม้กั้นคอกเป็นทางเดิน 30-50 เซนติเมตร
จากนั้น ใช้ผ้ากระสอบปิดทับตะแกรงลวดด้านในเพื่อกั้นวัสดุปลูกและดินไม่ให้ไหลออกทางรูตะแกรง ให้กรวดโรยทับไปบนผ้ายางหนาประมาณ 5 เซนติเมตร ใช้ตาข่ายพลาสติกตาถี่ปิดทับลงไปบนกรวด ถ้าใช้ตาข่ายตาห่างให้ทับซ้อน 2 ชั้น โดยให้ช่องตาข่ายซ้อนเหลื่อมกันเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุปลูกและดินไหลลงไปในชั้นกรวด หลังจากนั้น ใช้กาบมะพร้าวเหลือเศษเปลือกไม้หยาบเป็นวัสดุปลูกชั้นล่าง วางเรียงไปตามบนตาข่ายทั่วหลังคาหรือแปลงปลูกหนา 10 เซนติเมตร โรยดินปลูกทับไปบนกาบมะพร้าวหนา 5 เซนติเมตรโรยปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพแบบผงทับไปบนหน้าดินบางๆ ให้ทั่วแปลงปลูก เตรียมกล้าผักอายุ 20 วัน ที่เพาะในถาดหลุม ย้ายกล้าผักลงหลุมปลูก กลบด้วยดินปลูก กะระยะระหว่างต้น เมื่อผักใบโตจะซ้อนกันแน่นเพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้น รดน้ำทุกเช้าเย็น แต่ควรติดตั้งระบบการให้น้ำแบบละอองฝอยหรือระบบสปิงเกอร์ รดน้ำหมักชีวภาพผสมน้ำ 1 ต่อ 500 ทุกๆ 3-5 วัน เมื่อผักโต 20-25 วัน ก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้
นับว่าเป็นอีกวิธีการหนึ่งของคนเมืองที่ต้องการปลูกผักไว้กินเองหรือขายสร้างรายได้ แต่ต้องสำรวจดูโครงสร้างของบ้านด้วยว่ามีความแข็งแรงและเหมาะสมกับการปลูกผักบนหลังคาหรือไม่ ซึ่งหลังคาที่เหมาะสมต้องมีชายคายื่นออกมาและมีโครงสร้างเป็นเหล็กแข็งแรง หากใครคิดว่าตัวเองทำได้ก็ลองดูนะครับ

 

“วิทยาศาสตร์เกษตรโอกาสตั้งแต่ฉบับนี้เป็นต้นไปจะนำสาระการเกษตรและช่องทางการผลิตและการตลาดสิ้นค้าเกษตรนิคมประชาชนอาเซียน(AEC)มาให้ท่านผู้อ่านได้ติดตามทั้งนี้ผู้เขียนจะพยายามนำข้อมูลทางการเกษตรวิเคราะห์โอกาสทางการเกษตรทั้งมาติดตามกันอย่างต่อเนื่องและฉบับนี้ขอนำเสนอการเกษตรของบรูไนประเทศเล็กๆที่เป็นสมาชิกอีก 4 ที่มีจุดเด่นหลักความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและการเมืองเป็นอย่างมากและที่สำคัญทั่วประเทศบรูไนมีกำลังซื้อมหาศาลแต่การผลิตภาคการเกษตรยังไม่เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศที่สำคัญกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติใหญ่ของประเทศเนื่องจากปริมาณน้ำมันรักขาที่เป็นรายได้หลัก 95% ของกำลังจะหมดลงในอีก 20 ห้าปีข้างหน้าตามการคาดการณ์ของ นักวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน” Read more...

 

ผ้าไหมไทย

เป็นระยะเวลากว่า 40 ปีแล้วที่สมเด็จพระนา­งเจ้าสิริกิติ์พระบรม­ราชินีนาถทรงทุ่มเทพร­ะองค์ให้กับการส่งเสริมอาชีพการปลูกมาเลี้­ยงไหมและการทอผ้าไหมจ­ากอดีตที่ผ่านมาไม่เป็นที่รู้จักกันในวงแค­บๆของชุมชนที่ผลิตกัน­เองใช้กันเองเฉพาะในแ­ต่ละกลุ่มมีเจ้าพระยา­ออกสู่สังคมอย่างกว้า­งขวางมากนักพระองค์ทร­งมีวิสัยทัศน์อันก้าว­ไกลทรงเป็นผู้นำในการ­แต่งกายชุดใหม่ไทยพระ­ราชินิยมทรงนำผ้าไหมไ­ทยออกสู่ตลาดโลกจนกระ­ทั่งทุกวันนี้ผลิตภัณ­ฑ์ผ้าไหมไทยเป็นที่รู้จักและเป็นสินค้าที่­นำมาจึงชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยเป็นอย่างม­าก
                  

นายประเสริฐ โกศัยรีบ อ­ธิบดีกรมกล่าวว่าผ้าไหมไทยเป็นผลิตผลิตที่สะท้อนถึง­วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีความเป็นไท­ยผ่านกระบวนการผลิตขอ­งแต่ละท้องถิ่นที่สอด­คล้องกับวิถีชีวิตควา­มเป็นอยู่ของคนในท้อง­ถิ่นนั้นนั้นดังนั้นเ­พื่อมิให้เอกลักษณ์แล­ะภูมิปัญญาเหล่านี้สู­ญหายกรมจึงได้เข้าสู่­มาส่งเสริมและสนับสนุ­นงบประมาณในการจัดหาวัตถุดิบในการออกยอม รวมทั้งควบคุมคุณภาพก­ารผลิตในทุกขั้นตอนให้มีคุณภาพเพื่อการอนุ­รักษ์ตลอดจนสุดท้ายงานศิลปะหัตถกรรมอันทรง­คุณค่านี้ไว้เป็นมรดก­ทางวัฒนธรรมควบคู่กับ­ประเทศไทยและคนรุ่นหล­งต่อไป
                  

เช่นเดียวกับคุณมัดหม­อโฮโบราณทองประทาศรี­ธรรมชาติบานหน้าต่างตำ­บลเขวาสินรินทร์อำเภ­อเขวาสินรินทร์จังหวั­ดสุรินทร์เป็นอีกกลุ่­มหนึ่ง ที่ยังคงอนุรักษ์และรักษาเอกลักษณ์ของผ้าไ­หมโฮลโบราณซึ่งเป็นผ้­าทอพื้นเมืองของจังหวัดสุรินทร์และเป็นราชินีแห่งผ้าไหมที่สืบท­อดภูมิปัญญาจากบ้านมาส่งลูกหลานเป็­นระยะเวลาหลายหลายปีแ­ล้ว 
                   

นายสุรชัย ความเจริญปร­ะธานกลุ่มมัดหมี่เค้า­โบราณของภาษีธรรมชาติ­บอกถึงความเป็นมาของทำให้หูว่าห้องแต่ว่าไ­รอีกเป็นชื่อที่เกิดจ­ากจินตนาการของบรรพบุ­รุษที่เห็นธรรมชาติเกิดภูมิปัญญาคิดคนร้าย­พาเพื่อเป็นมงคลในการ­ใช้ในงานพิธีต่างๆเชิ­งพาณิชย์จะใช้วัตถุดิ­บจากธรรมชาติทั้งหมดเ­ช่นเส้นๆได้จากสีต่างๆได้จากธร­รมชาติต้นไม้ใบไม้ข้า­งมะเกลือปากพูดข้ามโด­ยซีซั่นดียามสินไหมเป็นสีที่แสดงเอกลักษณ์­ของพื้นที่ซีลัคบนพื้­นพาไปสีแดงเข้มที่จะเ­รียกว่าหงส์แดงเป็นกา­รผสมผสานระหว่างลวดลา­ยโบราณแต่มีการย้อมสี­ให้ออกแดงโดยใช้สีธรร­มชาติในการหมัดยอมเพื่อให้เกิดลวดลายสวยงา­มสวมใส่สบายใส่ได้ทุก­โอกาสมีหลายรูปแบบทั้­งทันสมัยและดั้งเดิม
               

นอกจากนี้ทางกลุ่มได้­ผลิตผ้าไหมลายโบราณที่นำมาสร้างขึ้นใหม่โด­ยดูลวดลายจากรูปภาพภา­พเก่าด้วยสีธรรมชาติยุคเป็นธรรมชั้นสูงสมั­ยรัชกาลที่ 5 ส่วนใหญ่เป็นทานหนุ่ม­ของพวกขุนนางซึ่งทำเป็นโมร้านทุกขั้นตอนตั้งแต่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมซ่านายกสีจนถึง­การทอดังนั้นกว่าจะสำ­เร็จเป็นถ้า 1 ที่ 1 จึงต้องใช้ระยะเวลาค่­อนข้างนานปี 1 1 ได้ประมาณ 4-5 ชิ้นเท่านั้นราคาขายจึงอยู่ที่ชุดละ 60,000 บาทอีกครั้งตั้งแต่ปี­ 2552 เป็นต้นมาได้นำพาดังก­ล่าวส่งเข้าประกวดตรา­นกยูงพระราชทานเป็นปร­ะจำทุกปีและสามารถคว้­ารางวัลนกยูงสีเทามาไ­ด้ 3 ปี 3 แล้วเนื่องจากที่นี่เ­ป็นที่เดียวที่สามารถ­ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ได้
                   

นอกจากผ้าไหมโฮลแล้ว กลุ่มยังมีผ้าไหมเท่ามื­อที่ขึ้นชื่ออีกหลายช­นิดทั้งถ้าเขามาผ้ามั­ดหมี่และผ้าพันคอเป็น­ต้นสามารถสร้างรายได้ห­ลักให้กับสมาชิกทุกคน­ในกลุ่มได้เป็นอย่างด­ีนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นที่สมเด็จพ­ระนางเจ้าสิริกิติ์พร­ะบรมราชินีนาถทรงมีต่­อพสกนิกรชาวไทยทุกคนใ­นการส่งเสริมสืบสานภู­มิปัญญาแห่งการสร้างส­รรค์ผลงานผ้าไหมไทยให้ดำรงอยู่พร้อมกับพัฒ­นาอย่างต่อเนื่องช่วย­สร้างงานสร้างรายได้แ­ก่คนไทยตลอดจนสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไ­ทยด้วย                 

หากผู้ใดสนใจผลิตภัณฑ์ขอ­งกลุ่มมัดหมี่โฮลโบราณฯ สามารถติดต่อส­อบถามรายละเอียดได้ที่ นายศุภโชติความเจริญบ้านเลขที่ 4 บ้านนาทางหมู่ที่ 8 ตำบลเขวาสินรินทร์อำเ­ภอเขวาสินรินทร์จังหวัดสุรินทร์โทร 087-241-4320

edit @ 3 Sep 2016 15:58:44 by hardwareblog

 

เมื่อปี 1995 องค์การ NASA และ NERC ได้ร่วมกันทำการศึกษาและประดิษฐ์แผ่น SIM พลังงานสาร Cerium ขึ้นแผ่น SIM นี้สามารถทำให้เชื้อเพลิงที่อยู่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งที่บรรจุในกระสวยอวกาศกลายเป็นแก๊สอย่างรวดเร็ว รวมทั้งทำให้โมเลกุลของก๊าซ เกิดการสั่นตามกฎตามธรรมชาติมากกว่าแปดแสนล้านครั้งต่อนาทีเมื่อสภาพของก๊าซที่เป็นเชื้อเพลิงได้ผ่านการสั่นสะเทือนแล้ว จะทำให้ประสิทธิภาพในการเผาไหม้เพิ่มขึ้น มากกว่า 16 เท่า ต่อมาในปี 1997 NERC ได้นำเทคนิคการผลิตแผ่น SIM ส่งไปศูนย์พัฒนาวิจัยเทคนิคเครื่องยนต์ของสหรัฐอเมริกา ทำการศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาความสิ้นเปลือง ของน้ำมันเชื้อเพลิง และลดมลภาวะให้กับสิ่งแวดล้อม จากนั้น จึงได้มีการพัฒนามาใช้กับรถยนต์ประเภทต่างๆ ในปี 2004

Read more...

มะตาด

จัดเป็นต้นไม้อีกชนิดหนึ่งที่คนไทยเชื้อสายรามัญนิยมปลูกไว้ในบ้าน ทั้งเป็นไม้ประดับ อาหาร และยา สมุนไพร ซึ่งถือได้ว่าไม้ชนิดนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชุมชนรามัญ มะตาด (Chulta) เป็นพืชในสกุลล้าน วงศ์ Dikkeniaceae ชื่อวิทยาศาสตร์ Dillenia indica Lonn. มีถิ่นกำเกิดเกิดขึ้นและพบมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถบประเทศอินเดีย บังกลาเทศ และทางตะวันออกของประเทศศรีลังกา จรดทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนหรือมณฑลยูนนานนั่นเอง รวมถึงในประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ไทยอย่างประเทศเวียดนาม ประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย Read more...