มะตาด

จัดเป็นต้นไม้อีกชนิดหนึ่งที่คนไทยเชื้อสายรามัญนิยมปลูกไว้ในบ้าน ทั้งเป็นไม้ประดับ อาหาร และยา สมุนไพร ซึ่งถือได้ว่าไม้ชนิดนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชุมชนรามัญ มะตาด (Chulta) เป็นพืชในสกุลล้าน วงศ์ Dikkeniaceae ชื่อวิทยาศาสตร์ Dillenia indica Lonn. มีถิ่นกำเกิดเกิดขึ้นและพบมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถบประเทศอินเดีย บังกลาเทศ และทางตะวันออกของประเทศศรีลังกา จรดทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนหรือมณฑลยูนนานนั่นเอง รวมถึงในประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ไทยอย่างประเทศเวียดนาม ประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย

มะตาดเป็นพืชที่ปลูกง่ายเจริญเติบโตเร็ว

และไม่ต้องดูแลมากเหมือนไม้ชนิดอื่นๆ เพราะไม่มีศัตรูพืชรบกวน ทำให้มะตาดไม่เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เป็นเพียงพืชที่นิยมปลูกและบริโภคเฉพาะถิ่น และที่สำคัญอีกอย่างก็คือมะตาดยังเป็นต้นไม้ที่สามารถทนต่อความแห้งแล้งและน้ำท่วมได้ดีอีกด้วย 

มะตาดมีชื่อเรียกสั้นๆว่า ส้มปรุ

ส้านท่า ส้านใหญ่ (สุราษฎร์ธานี) ทางเชียงใหม่จะเรียก ส้านป้าว ส่วนจังหวัดตรังจะเรียก แส้น เป็นต้น มะตาดเป็นไม้ไม่ผลัดใบ มีลักษณะเป็นไม้พุ่ม ขนาดใหญ่เล็ก ถึงขนาดกลาง ดอกมีขนาดใหญ่ออกเป็นดอกเดี่ยวตามง่ามใบมีกลีบดอกเป็นสีขาว 5 กลีบ มีเกสรตรงกลางสีแดง ส่วนผลมีลักษณะกลมใหญ่ สีเขียวแกรมเหลือง มีรอยหยักรอบผล ต้นมะตาดจะเริ่มผลัดใบในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม จากนั้นก็จะออกดอกออกผลต่อมาในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมและในราวเดือนตุลาคม ผลที่แก่เต็มที่จะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว


"มะตาด"จะให้ผลผลิตเพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น โดยพันธุ์ที่ปลุกกันโดยทั่วไปมี 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดข้าวเหนียว กับชนิดข้าวเจ้า ซึ่งทั้งสองพันธุ์จะแตกต่างกันในเรื่องของรสชาติและความอร่อยชนิดข้าวเหนียวนั้นจะมีเนื้อที่นิ่มและมีกากน้อย ผลมีสีเขียวจัดให้รสอร่อยกว่าชนิดข้าวเจ้า เพราะชนิดข้าวเจ้าเนื้อมะตาดจะมีลักษณะที่หยาบ กระด้าง มีเส้นใยกากมากกว่า รสชาติของผลมะตาดจะมีรสเปรี้ยว ยิ่งแก่ยิ่งเปรี้ยวจัด และมียางเป็นเมือกคล้ายกับกระเจี๊ยบมอญ


แม้ว่ามะตาดจะไม่ใช่พืชเศรษฐกิจเหมือนกับพืชชนิดอื่นๆ แต่มะตาดก็มากด้วยคุณค่าและประโยชน์ที่จะนำมาใช้งานได้มากมายอย่างแรกเลย มะตาดนั้นนิยมปลูกไว้เป็นไม้ให้ร่มเงาและไม้ประดับภายในบ้านปลูกง่ายโตไว สำหรับสวนใหญ่ๆไม่ต้องใช้เครื่องยนต์สูบน้ำเพื่อรดน้ำบ่อยๆอีกด้วยทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุน และขายง่ายมีดอกและผลที่สวยงามไม่แพ้ดอกไม้ชนิดอื่น อีกทั้งต้นของมะตาดที่ไม่ใช้แล้วสามารถนำไปทำฟืนได้ส่วนผลนั้นนำมารับประทานเป็นผลไม้แก้กระหาย หรือที่ชาวมอญส่วนใหญ่เรียกกันว่า “แอปเปิลมอญ” ซึ่งการบริโภคผลมะตาดนิยมบริโภคในขณะที่ผลสุกแล้ว โดยแกะส่วนกลีบรองชั้นในที่มีลักษณะอวบน้ำนำมาจิ้มกับเกลือ ให้รสหวานอมเปรี้ยวและรสเค็มจากเกลือเล็กน้อย ก็ได้รสชาติของผลไม้ที่อร่อยแปลกอีกอย่างหนึ่ง


นอกจากผลมะตาดจะมีรสชาติความออร่อยเฉพาะตัวแล้วยังเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีสรรพคุณในทางเป็นสมุนไพรอีกด้วย โดยการนำมะตาดมาประกอบอาหารสามารถทำได้ทั้งผลอ่อนและผลแก่ ด้วยการนำมาทำแกงคั่ว หรือแกงส้ม เป็นเมนูที่ชาวมอญนิยมรับประทานกันมากเช่นกัน ถ้าแกงใส่กะทิเรียกว่าแกงคั่ว ถ้าไม่ใส่กะทิก็คล้ายกับแกงส้มที่ให้รสชาติอร่อยไม่แพ้กัน ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล


สำหรับวิธีการนำลูกมะตาดมาเเกงให้ได้รสชาติที่อร่อยส่วนใหญ่จะนิยมใช้มะตาดข้าวเหนียวสามารถใช้ได้ทั้งผลอ่อนเเละผลเเก่เเล้วเเต่ความชอบของเเต่ละคน โดยวิธีการนั้นเริ่มจากนำผลมะคาดที่เลือกมาล้างน้ำให้สะอาด โดยมะตาด 1 ลูกจะมี 5กลีบ (ตามรอยหยัก) ให้เลือกเฉพาะกลีบใน 3 กลีบ มาสับเป็นชิ้น เล็กๆ จากนั้นเตรียมเครื่องเเกงที่ประกอบด้วย พริกเม็ดใหญ่หัวหอมกะปิเกลือกุ้งสดน้ำปลาจากนั้นก็นำส่วนผสมทั้งหมดโขลกรวมกันให้ละเอียดพอได้ที่ก็ละลายเครื่องเเกงกับน้ำพอประมาณ (ใส่กะทิเเทนน้ำได้)ตั้งไฟให้เดือดได้ที่เเล้วนำผลมะตาดที่สับเตรียมไว้ใส่หม้อรอจนเดือดอีกครั้งปรุงเครื่องด้วยน้ำปลาปรุงรสตามใจชอบเสร็จเเล้วก็ยกลงเเละรับประทานร้อนๆกับข้าวสวยเเละถ้าจะให้อร่อยยิ่งขึ้นคนทางใต้หรือชามอญเเท้จะนิยมรับประทานกับปลาเค็มไข่เค็มเเละเนื้อเค็มก็จะเพิ่มความอร่อยมากขึ้นเพราะเเกงมะตาดจะช่วยให้รสเปรี้ยวคล้ายกับแกงส้มของไทยเราเเต่ทั้งนี้เเกงมะตาดนั้นอาจะจะหารับประทานกันได้ไม่ง่ายนักเพราะปีหนึ่งจะให้ผลผลิตเพียงครั้งเดียว ฉะนั้นหากใครได้มีโอกาสก็ควรจะลิ้มลองเเกงมะตาดนี้เสียให้ได้


นอกจากมะตาดจะเป็นพืชอาหารเเล้วมะตาดยังมีอีกบทบาทในการเป็นสมุนไพรรักษาโรคตามตำราการเเพทย์เเผนไทยบอกว่ารากใช้เป็นยาถอนพิษสำหรับภายนอกร่างกายด้วยการนำมาตำให้ละเอียดสามารถใช้ถอนพิษฝีได้ดีมากเเละพิษจากเเมลงกัดต่อย ส่วนเปลือกเเละใบมีรสฝาดใช้เป็นยาสมานท้อง ด้วยการนำไปต้ม เเละดื่มเเทนน้ำชาวันละประมาณ 2-3เเก้ว ก็ช่วยสมานท้องให้ดีขึ้นส่วนผลดิบนั้นหมอยาพื้นบ้านส่วนใหญ่จะนำไปปรุงเป็นยาเเก้ไขใช้ก็ได้ผลเพราะมีรสเปรี้ยวจัดเเละด้วยมะตาดเป็นพืชที่มีลักษณะเป็นวุ้นเหนียวลื่นๆคล้ายกับกระเจี้ยบมอเมื่อรับประทานไปยังมฤทธิ์ช่วยเคลือบกระเพาะอาหารไม่ให้เจ็บเเละระคายเคืองได้ดีเช่นเดียวกับกระเจี๊ยบมอญส่งผลถึงระบบขับถ่ายทำให้ถ่ายคล่องท้องไม่ผูกทางด้านข้อมูลทางวิชาการระบุว่ามะตาดมีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยา คือ ต้านเชื้อเเบคทีเรียเเละเชื้อรา เเละใช้ในการบำบัดรักษาโรคต่างๆ ได้ อาทิ ลดระดับน้ำตาลในเลือด ขับเสมหะ เป็นต้น
ภูมิปัญญาของชาวมอญกับต้นมะตาดอีกอย่างก็คือการนำเปลือกด้านในของผลมะตาดมาทาท้องเรือด้วยมีความเชื่อว่าช่วยให้เรือเเล่นได้เร็วขึ้นเนื่องจากเมือกของมะตาดจะช่วยลดความเสียดทานระหว่างท้องเรือกับผิวน้ำซึ่งสิ่งนี้ชาวมอญยึดถือปฏิบัติสืบทอดมาจนจวบจนปัจจุบันจากเรื่องเล่าของ"มะตาด"พืชในดินเเดนชาวมอญที่เเม้จะไม่ใช่พืชเศรษฐกิจอะไรเเต่ถ้าจะเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้ในบ้านอีกต้นก็หน้าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวด้วยความสวยงามของดอกเเละใบที่ให้ร่มเงายังทำให้เราได้นำมาทำเป็นอาหารเพื่อสุขภาพรับประทานกันตามฤดูกาลได้อีกด้วย
ที่มา  มะตาด ภูมิปัญญามอญ, มะตาดของดีท้องถิ่น ปทุมธานีเครือข่ายกาญจนาภิเษก

 

edit @ 3 Sep 2016 15:41:22 by hardwareblog

edit @ 3 Sep 2016 15:41:56 by hardwareblog

Comment

Comment:

Tweet